การสัมมนาเผยแพร่โครงการส่งเสริมขีดความสามารถการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานของประเทศไทยผ่านการพัฒนาคู่มือแนวทางการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation Guidelines) และคู่มือการจัดการพลังงาน (Energy Management Manual)
เผยแพร่:
(26 กุมภาพันธ์ 2568) นายอาวุธ เครือเขื่อนเพชร ผู้อำนวยการกองพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านพลังงาน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเผยแพร่โครงการส่งเสริมขีดความสามารถการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานของประเทศไทยผ่านการพัฒนาคู่มือแนวทางการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation Guidelines) และคู่มือการจัดการพลังงาน (Energy Management Manual) โดยมี Mr. Toshinobu Ishikawa, Mr. Junichi Noka ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น คณะพัฒนาคู่มือแนวทางการอนุรักษ์พลังงาน และผู้แทนจากโรงงานและอาคารควบคุม ได้เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ ณ ห้องจรัสเมือง ชั้น 2 โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์
.
มาตรการการจัดการพลังงานในโรงงานและอาคารควบคุม เป็นหนึ่งในมาตรการที่สำคัญในการขับเคลื่อนแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558-2579 ซึ่งมีเป้าหมายในการลดความเข้มการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ภายในปี พ.ศ. 2579 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2553 โดยภายใต้มาตรการดังกล่าวได้กำหนดให้โรงงานและอาคารควบคุม ซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 10,000 แห่ง จากทั่วประเทศดำเนินการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน ตามที่กำหนดภายใต้กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552
.
เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินการจัดการพลังงานของผู้ประกอบการในประเทศไทย พพ. และประเทศญี่ปุ่นโดยศูนย์อนุรักษ์พลังงานแห่งประเทศญี่ปุ่น (หรือ The Energy Conservation Center of Japan; ECCJ) จึงได้มีความร่วมมือในการพัฒนาคู่มือแนวทางการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Efficiency Conservation Guideline; EC Guideline) ซึ่งเป็นคู่มือมาตรฐานแนวทางการอนุรักษ์พลังงานที่ภาครัฐได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับโรงงานและอาคารในการจัดการพลังงานโดยเน้นหลักการทางวิศวกรรม อาทิ แนวทางการกำหนดค่าและการตรวจวัดอุปกรณ์ เพื่อขยายผลไปสู่การอนุรักษ์พลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งโรงงานต่าง ๆ สามารถนำแนวทางดังกล่าวไปพัฒนาคู่มือการจัดการพลังงาน (Energy Management Manual; EM Manual) ซึ่งเป็นเอกสารแนวทางที่จำเพาะกับบริบทของแต่ละโรงงาน
.
การพัฒนา EC Guideline และ EM Manual จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการอนุรักษ์พลังงาน โดยภาครัฐผู้ออกนโยบายสามารถใช้ EC Guideline ในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางด้านเทคนิคในการอนุรักษ์พลังาน รวมถึงสามารถใช้ในการผลักดันเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นผ่านการกำหนดค่ามาตรฐานใน EC Guideline ยิ่งไปกว่านั้น ภาคผู้ใช้พลังงานจะมีแนวและมีค่ามาตรฐานสำหรับการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะนำไปสู่การอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
