รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงาน โครงการศึกษาทบทวนศักยภาพและปรับปรุงแผนที่พลังงานลมของประเทศไทย
เผยแพร่:
(30 มิถุนายน 2566) นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการศึกษาทบทวนศักยภาพและปรับปรุงแผนที่พลังงานลมของประเทศไทยโดยมีนายอดิศักดิ์ ชูสุข ผู้อำนวยการกองวิจัย ค้นคว้าพลังงานกล่าวรายงาน ณ ห้องกษัตริย์ศึก 2 ชั้น 4 โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลมสำหรับประเทศไทยฉบับใหม่ขึ้นเพื่อทดแทนฉบับเดิม ซึ่ง พพ. ได้จัดทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2553 แผนที่ศักยภาพพลังงานลมฉบับใหม่นี้ ได้มีการพัฒนามากขึ้น โดยได้นำข้อมูลลมของ พพ. ที่ได้จากการตรวจวัดด้วยเสาวัดลมที่มีความสูง 90 เมตร จำนวน 60 สถานี ประกอบกับข้อมูลอื่นๆ ได้แก่ ข้อมูลลมจีโอสโทรปิก ความสูงต่ำและความหยาบของพื้นที่ อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ ย้อนหลัง 15 ปี ไปใช้ประกอบการจัดทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลมฉบับใหม่ โดยแผนที่ศักยภาพพลังงานลมฉบับใหม่ที่ได้นี้ จะแสดงให้เห็นถึงบริเวณที่มีศักยภาพพลังงานลมในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ที่ระดับความสูงต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการพลังงานลมของประเทศไทยต่อไป
นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนกล่าวว่า ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 - 2580 PDP 2018 ได้กำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในปี พ.ศ. 2580 อยู่ที่ 2,989 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบัน มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,545.32 เมกะวัตต์ ต่อมาคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 เห็นชอบแผนเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 – 2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในช่วงปี พ.ศ. 2564 - 2573 โดยมีเป้าหมาย การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานลม เพิ่มขึ้นอีก 2,500 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ อาจจะต้องมีการประกาศรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกเพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย พลังงานลมเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลกโดยในปี ค.ศ. 2022 ทั่วโลกมีการติดตั้งกังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟ้า ในพื้นที่บนฝั่ง (onshore) คิดเป็นกำลังการผลิตประมาณ 68.8 กิกวัตต์ ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีนและสหภาพยุโรปตัวอย่างเช่น สวีเดน ฟินแลนด์ โปแลนด์ และเยอรมนี โดยมีกำลังผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้น 16.7กิกะวัตต์ และในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 8.6 กิกะวัตต์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งกังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่นอกชายฝั่ง (offshore) มีกำลังการผลิตประมาณ 8.8 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีนและสหภาพยุโรป นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มการขยายตัว ของการติดตั้งกังหันลมในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และส่วนอื่นๆ ของโลกด้วย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทำการเลือกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพื่อติดตั้งกังหันลม จำเป็นต้องทราบสภาวะของลมในพื้นที่นั้นๆก่อน ซึ่งประกอบด้วยความเร็วลม ทิศทางลม และลักษณะการเปลี่ยนแปลงของลมในพื้นที่นั้นๆจากนั้นจึงนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาร่วมกับองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ระยะห่างจากเครื่อข่ายสายส่งไฟฟ้า การขนส่งคมนาคม และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยทั่วไปข้อมูลความเร็วลม จะได้จากการติดตั้งเครื่องวัดลมที่ได้มาตรฐานในบริเวณที่สนใจ หรือใช้ข้อมูลจากสถานีวัดลมที่เชื่อถือได้ ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่การจะติดตั้งเครือข่ายสถานีวัดลมทั่วทั้งภูมิภาคต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง การแก้ปัญหาดังกล่าวสามารถทำได้โดยการจัดทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลม โดยอาศัยแบบจำลองการไหลเวียนของบรรยากาศ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงการกระจายตามพื้นที่ของความเร็วลมทั่วประเทศไทยสำหรับกรณีประเทศไทย (พพ.)ได้ดำเนินการจัดทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลมมาก่อนแล้วเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้น พพ. จึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลมขึ้นใหม่ จากแผนที่ที่ได้นี้ จะแสดงให้เห็นบริเวณที่มีศักยภาพพลังงานลมในบริเวณภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย แผนที่ที่จัดทำขึ้นใหม่นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาพลังงานลมของประเทศ
