เนื่องจากทางบริษัทได้สมัครเข้าร่วมโครงการขอรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้
เผยแพร่:
>> ขอชื่อบริษัทฯ และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อติดต่อกลับ หรือติดต่อคุณโสภณ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรงได้ที่หมายเลข 0813413947 ทางคุณโสภณจะตรวจสอบให้ผู้มีสิทธิ์ได้เงินสนับสนุน
- เจ้าของกิจการที่เป็นเอกชนและมีการดำเนินกิจการตามคุณสมบัติต่อไปนี้
- เป็นสถานประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และทำการจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย (อาทิเช่น โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการและอาคาร ฟาร์มปศุสัตว์ เป็นต้น)
- ต้องมีผู้สอบบัญชีที่มีใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) หน่วยงานในสังกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และผู้สอบบัญชีที่เซ็นต์ ลายมือชื่อรับรองงบการเงินที่จะต้องไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ และเพิกถอนใบ อนุญาต (ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จาก หน่วยงาน ก.บช. เช่นเดียวกัน)
- สถานประกอบการต้องมีนโยบาย แนวทาง วิธีการ และเป้าหมายการดำเนินงานด้านพลังงานที่ชัดเจนและมี โครงสร้างทีมงานด้านพลังงาน โดยระบุ บุคคล อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ โดยกำหนดโครงสร้างการบริหารบุคคลที่ชัดเจน
→ วิธีการในการคัดเลือกสถานประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการ
- พิจารณาให้สิทธิ์สถานประกอบการเข้าร่วม ตามลำดับการส่งหลักฐานการสมัคร ก่อน-หลัง
- เริ่มรับสมัครสำหรับสถานประกอบการที่สนใจ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 50 จนถึง 15 พ.ค. 51 (ทั้งนี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษี ระยะที่ 2 ในแต่ละราย) หรือจนกว่าใช้เงินสนับสนุนครบตามวงเงิน 100 ล้านบาท
→ จำนวนเงินที่ให้การสนับสนุน
- มาตรการที่ดำเนินการต้องไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเกินกว่าค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
- มาตรการที่ดำเนินต้องลดการใช้พลังงานเดิม หรือลดมูลค่าการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและพนังงานจากต่างประเทศ
- มาตรการที่ดำเนินการต้องมีการลงทุนในอุปกรณ์หรือกระบวนการผลิตอันก่อให้เกิดผลประหยัดด้านพลังงานอย่างถาวร
- พิจารณาให้สิทธิ์เข้าร่วม แก่ข้อเสนอโครงการอนุรักษ์พลังงาน ที่ผู้เข้า-ร่วมโครงการที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนในรูปของเงินได้เปล่า จากกองทุนอนุรักษ์พลังงานเป็นลำดับแรก
- มาตรการที่ดำเนินการต้องมีผลประหยัดจากการประเมินต่ำกว่า100,000 บาทต่อมาตรการต่อปี โดยกำหนดวงเงินภาษีสนับสนุนรวมสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อสาขา
- มาตรการที่นำเสนอทุกมาตรการของสถานประกอบการจะต้องได้รับ การเห็นชอบจากกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองบริษัทการยื่นเรื่องขอเพิ่มเติมและ/หรือเปลี่ยนแปลงมาตรการ
→ ผลประหยัดที่คาดว่าจะได้รับและวงเงินภาษีสนับสนุน
- สถานประกอบการแต่ละแห่ง สามารถยื่นเรื่องขอเพิ่มเติม และ/หรือ เปลี่ยน แปลงมาตรการ ผลประหยัดที่คาดว่า จะได้รับและวงเงินสนับสนุนได้ 1 ครั้ง หลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว ต้องมีมูลเหตุ จากการเพิ่ม/ลดเงินลงทุน และ/หรือ เปลี่ยนแปลงขนาด อุปกรณ์
→ ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
- สถานประกอบการต้องจัดหาเครื่องมือ และตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนการปรับปรุง และส่งข้อมูลการตรวจวัดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ที่ปรึกษาตรวจสอบการใช้พลังงานรับรอง ภายในระยะเวลา 60 วัน นับแต่ผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯ
- สถานประกอบการต้องดำเนินมาตรการหรือ ติดตั้งอุปกรณ์อนุรักษ์พลังงานให้แล้วเสร็จในวันที่ 15 สิงหาคม 2551
- สถานประกอบการต้องตรวจวัดการใช้พลังงานหลังการปรับปรุง และส่ง ข้อมูลการตรวจวัดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ที่ปรึกษาตรวจสอบการใช้พลังงานรับรองผลภายในระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดตั้งอุปกรณ์เสร็จ
→ จำนวนเงินที่เบิกจ่ายจริงตามสิทธิ์ที่ได้
- นำผลประหยัดที่ตรวจวัดได้จริงในปีภาษี 2551 มาคิดเป็นเงินสนับสนุนโดยเริ่มนับจากวันที่ติดตั้งอุปกรณ์แลเสร็จ จนสิ้นสุดปีภาษี 2551
- จ่ายเงินสนับสนุนไม่เกินกว่าที่สถานประกอบการชำระภาษีประจำปี 2551 ต่อกรมสรรพากร
